บทที่ 2 บทที่ 1 ไม่รู้สึกคุ้นเคย
ภายในห้องผู้บริหารชั้นบนสุดของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง 'Phattharawut Medical center' มีแสงแดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกใสสะอาดเอี่ยมสาดส่องเข้ามายังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง
ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับถึงข้อศอกสวมชุดกาวน์แพทย์สีขาวทับอีกทีนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าคมสันดวงตายิ่งลึกจ้องมองเอกสารตรงหน้าด้วยความเงียบขรึม รายงานกองโตและไฟล์ case ของผู้ป่วยเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน
"ทำไมวันนี้เคสเยอะจัง"
เขาบ่นออกมาเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูที่ถูกเคาะเบาๆ จากทางด้านนอก
"เข้ามาได้เลย"
หมอเจอริคเอ่ยออกมาก่อนจะมองประตูถูกเปิดออกอย่างนุ่มนวล หญิงสาวในชุดเดรสสีครีมก้าวเข้ามาพร้อมกับถือกล่องอาหารในมือ
"พี่เจอริค... แพรวาเอาข้าวเที่ยงมาส่งให้ค่ะ พักบ้างดีไหมคะเดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะ"
เสียงของหญิงสาวหวานใสแสดงถึงความเอาใจใส่ที่ดูมากเกินความจำเป็น ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพียงครู่เดียวก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรที่แสดงออกมาแม้แต่นิด
"ขอบใจนะวางไว้ตรงนั้นก็ได้"
หญิงสาวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ชายหนุ่ม วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะด้วยความเบามือ ดวงตาของเธอมองเขาอย่างมีความหวังแต่สิ่งที่ชายหนุ่มปฏิบัติกับเธอมีเพียงแค่ความเย็นชาและก็ความจำยอมเท่านั้น เรื่องราวมันซับซ้อนจึงทำให้ทั้งคู่ตกอยู่ในสถานะความสัมพันธ์นี้ ฝ่ายหญิงมีความรู้สึกที่ดีในขณะที่อีกคนกลับไม่เคยรู้สึกอะไรกับเธอเลยจริงๆ เพียงเพราะเหตุการณ์ในอดีตทำให้เขาไม่อาจจะเพิกเฉยจึงยอมรับการหมั้นหมายในครั้งนี้ แม้จะรู้ดีว่าความรู้สึกมันไม่อาจบังคับกันได้แต่เขาก็ยังฝืนตัวเองที่จะรับผิดชอบ
"เย็นนี้เราไปกินข้าวกันไหมคะ"
"ไม่ว่างเย็นนี้พี่ต้องกลับบ้าน"
"ทำไมพี่เจอริคถึงไม่พาแพรวาไปเจอคุณพ่อกับคุณแม่บ้างคะ เราสองคนกำลังจะหมั้นกันอยู่แล้วแพรวายังไม่มีโอกาสได้เจอกับครอบครัวพี่เลย"
เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ เมื่อสองเดือนก่อนหญิงสาวถือแหวนประจำตระกูลและนามบัตรมาหาเขาถึงที่เพื่อบอกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์กับเขาในคืนนั้น หมอเจอริคยินดีที่จะรับผิดชอบจึงยอมขอหมั้นเธอแต่นี่ก็ผ่านมาสองเดือนแล้วชายหนุ่มกลับไม่มีความรู้สึกต่อเธอเลยแม้สักนิด ถ้าเป็นแบบนี้แต่งงานกันไปน่าจะได้แต่ความเย็นชาเท่านั้นซึ่งไม่มีทางยอมแน่นอน ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกันเธอจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขารักเธอให้ได้
"เอาไว้ถึงเวลาแล้วค่อยเจอก็แล้วกัน ช่วงนี้พี่ต้องทำงานที่โรงพยาบาล เพิ่งเข้าซื้อกิจการแพรวารู้ใช่ไหมว่าพี่ต้องทำงานหนัก ไม่มีเวลากับเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอกนะ"
"แต่เรื่องงานหมั้นของเรามันไม่ใช่เรื่องไร้สาระนะคะ"
เธอเอ่ยประท้วงทันทีเพราะเรื่องการหมั้นของเราสองคนมันเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน แต่ชายหนุ่มไม่ได้มีความใส่ใจกับเรื่องนั้น เขาแค่ทำตามหน้าที่ไม่ได้มีความเต็มใจอยากจะหมั้นกับเธอเลย
"ถ้าเกิดว่างานหมั้นมันมีปัญหางั้นก็เลื่อนออกไปก่อนดีไหม พี่จะเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที"
"ไม่ได้หรอกค่ะ...! เอ่อ... แพรวาหมายถึงว่าถ้าเลื่อนออกไปอีกมันจะเสียฤกษ์เอานะคะ"
"ตอนนี้เรื่องงานของพี่สำคัญที่สุด แพรวากลับไปก่อนเถอะพี่ต้องทำงานต่อ บัตรที่พี่ให้อยากซื้ออะไรก็ซื้อนะไปพักผ่อนเถอะ"
เขาเอ่ยออกมาด้วยความเย็นชาก่อนจะก้มหน้าจ้องมองแฟ้มเอกสารไม่ได้สนใจเธออีก หญิงสาวนิ่งเงียบไปสักพักก่อนจากฝืนยิ้มออกมา
"ก็ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นแพรวากลับก่อนนะคะ เอาไว้ถ้าเกิดพี่เจอริคว่างเมื่อไหร่เราค่อยนัดเจอกันก็ได้"
"อืม พี่ไม่ส่งนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะทำงานเถอะ"
แพรวาเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาทันที และเมื่อหญิงสาวปิดประตูก็กำมือแน่นสีหน้าเปลี่ยนทันที
"ไม่มีทางที่จะยอมเลื่อนงานหมั้นแน่นอน ต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว...!"
เธอต้องคิดหาวิธีที่จะได้ครอบครองเขาทั้งตัวและหัวใจ ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปมีหวังแผนที่เธอวางไว้ล้มเหลวแน่
หลังจากที่หญิงสาวเดินออกไปจากห้องแล้วชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมาทันทีด้วยความโล่งอก น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกคุ้นเคยกับผู้หญิงคนนี้เลย ทั้งที่คืนนั้นเรามีความสัมพันธ์กันทั้งคืนและเขารู้สึกมีความสุขมาก แต่ทำไมพอเจอกันอีกครั้งเขากลับไม่พิศวาสเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
"ตอนนั้นเป็นเธอใช่ไหมแพรวา... ถึงรูปร่างจะคล้ายแต่ทำไมรู้สึกเหมือนไม่ใช่"
หลังจากที่เธอเดินมาบอกว่าเป็นผู้หญิงในคืนนั้นเขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องตัวเธอเลยด้วยซ้ำ มันเป็นความรู้สึกแปลกแล้วก็ไม่อยากเข้าใกล้ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ทั้งที่คืนนั้นเขารับปากแล้วว่าจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่พอเอาเข้าจริงเขาไม่อยากจะใกล้ชิดเธอเลยแม้แต่น้อย ถ้ายังเป็นอย่างนี้การแต่งงานคงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับเขาแล้วล่ะ
"เอายังไงดีวะเนี่ย... เฮ้อ!"
